มาโต้กันต่อแถวนี้เถอะนะกั๊บ เตร๊ง เตรง
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
น้องออกัสที่น่ารัก ถูกแกะดำโมริจิกกัด ตบตี ข่มเห่ง ทั้งกาย (ซิก ซิก) ทั้งใจ (น้ำตาไหลปริ่มๆ ใครนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงนางเอกช่องเจ็ด) ให้ตรวจทานดูนิราศที่แกะดำจะทำส่ง ทำให้น้องออกัสมิอาจเขียนไดอารี่ด้วยสมองที่ปกติได้ เพราะนิราศขึ้นสมองนั่นเอง ในวันที่แสนเศร้านั้น น้องออกัสจึงมาแต่งกลอนไว้เช่นนี้
มาจะกล่าวบทไป
ถึงออกัสหัสไนยอนาถา
ทิพยอาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมา
กระด้างดั่งศิลาประหลาดใจ
พอเหลือบดูเบื้องล่างให้อกตรม
ตูนั่งซมบนม้าหินนี่ไฉน
แหม...มิน่าอาสน์แข็งไม่เกรงใจ
กระด้างไม่อายฟ้าและอายดิน
จะอัพบล็อคของวันนี้ด้วยคำกลอน
ไอ้โมริมันวอนให้ติฉิน
กลอนนิราศที่แต่งให้ยลยิน
ยังหากินไม่ได้นะกลอยใจ
แก้ให้ไปแล้วก็หลายบาท
อนาถกรรมตูหรือไฉน
เลยติดกลอนไอ้น้องบ้าที่คลาไคล
พอเขียนไดเลยต้องเขียนเป็นคำกลอน
งานวันนี้อูหูอย่าให้คุย
นั่งหน้ามุ่ยทั้งวันนะสมร
คอมพิวเตอร์ที่ต้องเฝ้าอนาทร
คอยป้อนโปรแกรมให้มันดี
ฟอร์แมตแล้วฟอร์แมตอีกตูจะบ้า
ไวรัสซ่าตามหลอนดั่งคุณผี
กว่าจะได้ฤกษ์งามยามดี
ก็ปาเข้าวันนี้แหละกลอยใจ
แม้ออกัสน่ารักแต่อาภัพ
ลุงก็ภัพป้าก็ภัพอย่าสงสัย
ย่าก็ภัพภัพทั้งโคตรอย่าเอ็ดไป
เกิดเป็นไทยควรหมั่นขยันเอย
ไม่ทันจะข้ามคืน คนเดินทางชื่อ shakri ก็สงสารน้องออกัสจนน้ำตาไหลพราก (ชัวร์อยู่แล้ว เพราะตู้เป็นนางเอก shakri ห้ามโต้แย้ง) ได้มาแต่งกลอนชมจันทร์เอาไว้ให้น้องออกัสอ่านเล่น ดังนี้
แก้วฟ้า...แลกระจ่างกลางแผ่นฟ้า
เจ้าแก้วตา...ลาห่าง ร้างแรมไหน
แม้นแก้วฟ้า..จะลา...หาไปไกล
แต่แก้วตา...ครรไลไป่กลับคืน
ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะในบล็อคแรกน้องออกัสขี้เกียจคิดโคดๆ เลยเอากลอนของ shakri มาตั้งให้เลย
หลังจากคนเดินทาง shakri ผ่านไปแล้ว นักประพันธ์ repeat ก็ผ่านมาพบบล็อคเข้า ถึงกับผงะหงายด้วยความตกใจ (ว่ามีคนบ้าอัพบล็อคเป็นกลอนด้วยเหรอวะ) เขาได้อุทานอย่างตื่นเต้นว่า "โห..ร้ายกาจ" จากนั้นก็จากไปดุจสายลมไม่หวนกลับมาอีก (ทั้งๆ ที่ตูเป็นนางเอกแต้ๆ แต่กลับมองข้ามความงามนี้ไปได้ ชริ)
ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง แกะดำโมริ ก็กลับมาอีกครั้ง ทั้งที่แสดงเป็นผู้ร้ายแต้ๆ แต่กลับทำตาใสๆ โต้ตอบนางเอกออกัสว่า
น้องยังหัดเป็นมือใหม่
เมื่อยตุ้มอยู่หน้าได
เพราะเฉไฉมาแต่งกลอน
หนังสือไม่อยากเรียน
ยิ่งต้องเขียนเรียนคำกลอน
น้องจึงเฝ้าเว้าวอน
ให้พี่แก้ไม่งั้นซี
ท่านชาครีเพื่อนตูน
มาเกื้อกูลเอื้ออารี
ได้โปรดช่วยปรานี
โมรินี้วาดแต่รูปเป็น
นักเดินทาง shakri ซึ่งเดินไปไม่ถึงไหน ก็วนกลับมาที่เดิม ทำให้น้องออกัสคิดว่า จ๋งจั๋ยนักเดินทางจะหลงติดในวังวนของเขาวงกตเสียแล้ว ได้ผ่านมาเห็นแกะดำโมริ จึงตอบโต้เป็นกลอนว่า
สดับโมริเอ่ย
จะนิ่งเฉยคงใช่ที่
ถ้ากลอนต้องได้ซี
ตัวท่านนี้คงโศกา
หากมีการให้ช่วย
ก็บอกด้วยทีเถิดหนา
ให้เกลาน่ะพอว่า
ให้แต่งข้าจะตบหัว - -"
กลอนกาพย์ต้องฝึกหัด
อย่าเร่งรัดจนเจ็บตัว
ศาสตร์ศิลป์เรียนถ้วนทั่ว
ยกตนตัวให้สูงเอย....ฮิ้วววว
น้องออกัสซึ่งถึงแม้จะเป็นนายเอก แต่ชอบเจือกเรื่องชาวบ้าน พอได้ยินนักเดินทางพูดกับแกะดำเช่นนั้น ด้วยความหวังดี (ที่จริงแค่เจือก) ก็เลยเอ่ยเป็นกาพท์ยานีที่เพราะพริ้งโคดๆ จนแทบจะได้ซีไรท์และโนเบลว่า
ท่านพี่จักขอบล็อคใหม่
ให้เป็นบล็อคกลอนไซร้
กาพท์ก็ได้โคลงก็ดี
บล็อคนี้จะร้อยแก้ว
อย่าเพิ่งแห้วนะโฉมศรี
พรุ่งนี้วันฤกษ์ดี
...
เหล่าชะนีจะโต้กลอน...
...
เอ้ย...มะจ้าย กลอนมันพาไป เอาใหม่น้า...
พรุ่งนี้วันฤกษ์ดี
เชิญมิ่งศรีมาโต้กลอน
วันนี้พี่โดนของ
น้ำตานองมัวนั่งถอน
ปีศาจมันอ้อนวอน
คุณไสยร่อนมาถึงตัว
แต่งกลอนไม่ถนัด
ยิ่งเร่งรัดยิ่งปวดหัว
ขอไปนอนแล้วพวกตัว
แบรดพิตท์ยั่วอยู่บนเตียง
ร้อยแก้วไซร้จะได้กาล
เปิดบล็อกเป็นหลักฐาน
ว่าจะโต้ด้วยกาพย์กลอน
กลอนกานท์ต้องฝึกหัด
อย่าเร่งรัดในการสอน
เรื่อยเรื่อยตามขั้นตอน
ย่อมแน่นอนว่าได้งาน
